ก่อนจะทำการดึงสารพิษออกจากผิวนั้น ต้องทำการล้างระบบดูดซึมก่อน ด้วยสูตรโยเกิต+นมสด+น้ำผึง+มะนาว หรือ มะละกอดิบต้มแล้วเอาน้ำมาชงชา (ไม่ควรแช่ชาเกิน 5 นาที) กินเพื่อล้างลำไส้เป็นประจำแล้วระบบดูดซึมจะดี
สูตรสำหรับดึงสารพิษที่ผิว
ดินสอพอง ครึ่งกิโลกรัม
ขมิ้นชันผง 1 ช้อนชา
ไพลผง 2 ช้อนชา
ทานาคา 3 ช้อนชา
ผสมเสร็จแล้วสามารถแบ่งใช้ได้
สูตรนี้ใช้พอกตัวเพื่อดูดหินปูน และสารพิษออกมา แล้วบำรุงผิวไปพร้อมกันด้วย ใช้พอกหน้า หรือตามแขนขาได้ทั่วตัว ขมิ้นชันจะช่วยขับไล่ไรฝุ่น
เป็นการแลกเปลี่ยนทางธรรมชาติของเซลล์ผิว เมื่อคายสิ่งไม่ดีออกไป ก็ดูดสิ่งที่ดีกลับเข้ามาชดเชย เป็นการให้อาหารทางผิว โดยปราศจากสารเคมี
ดินสอพองจะทำงานเปรียบเสมือนปูนที่เข้มข้น เมื่อใช้พอกตัวจะเกิดการดูดหินปูนที่เจือจางกว่าตามข้อต่างๆ ของร่างกายให้ผ่านออกมาทางรูขุมขน รวมทั้งเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และสารพิษที่ตกค้าง จะถูกดูดออกมาด้วย
วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554
อาหารผัดน้ำมันมีผลต่อสุขภาพอย่างไร
ในน้ำมันที่ประกอบอาหาร ถ้ามีส่วนประกอบของน้ำมันปาล์มอยู่ด้วยไม่ควรนำมาเข้าร่างกาย เพราะน้ำมันปาล์มเมื่อนำมาประกอบอาหาร ลองสังเกตดูก้นกระทะและรอบๆเตาแก๊ส หรือท่อน้ำทิ้งที่ล้างจาน จะมีคราบเหนียวของน้ำมันเกาะอยู่ ซึ่งเราก็ล้างมันออกได้ แล้วถ้ากินนอาหารผัดน้ำมันเป็นประจำ น้ำมันที่เข้าไปโอนอุณหภูมิของร่างกายที่ 37 องศา ตลอดเวลา น้ำมันจะเหนียวเป็นกาวยึดเกาะที่ผนังลำไส้ เป็นเวลานานเข้าก็จะหนาตัวขึ้น ไปขวางระบบดูดซึม ระบบดูดซึมของร่างกายจะเสีย
ระบบดูดซึมเสีย
เมื่อระบบดูดซึมเสีย ลำไส้จะดูดซึมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ไปสร้างเม็ดเลือดไม่ได้ หากกินยา หรือวิตามินก็จะไม่ดูดซึม เพราะผ่านชั้นไขมันที่ผนังลำไส้ไปไม่ได้
เมื่อระบบดูดไม่ได้ พวกสารอาหาร และโปรตีน จะถูกส่งไปให้ไตขับทิ้ง ไตก็ต้องทำงานหนัก และอ่อนล้า ผลที่ตามมาคือความเจ็บป่วย การเกิดโรคต่างๆ
ทุกคนที่กินอาหารผัดน้ำมัน หรือของที่ทอดน้ำมันบ่อยๆ ควรต้องล้างลำไส้เพื่อให้ระบบดูดซึมได้ดีขึ้น
ระบบดูดซึมเสีย
เมื่อระบบดูดซึมเสีย ลำไส้จะดูดซึมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ไปสร้างเม็ดเลือดไม่ได้ หากกินยา หรือวิตามินก็จะไม่ดูดซึม เพราะผ่านชั้นไขมันที่ผนังลำไส้ไปไม่ได้
เมื่อระบบดูดไม่ได้ พวกสารอาหาร และโปรตีน จะถูกส่งไปให้ไตขับทิ้ง ไตก็ต้องทำงานหนัก และอ่อนล้า ผลที่ตามมาคือความเจ็บป่วย การเกิดโรคต่างๆ
ทุกคนที่กินอาหารผัดน้ำมัน หรือของที่ทอดน้ำมันบ่อยๆ ควรต้องล้างลำไส้เพื่อให้ระบบดูดซึมได้ดีขึ้น
วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554
กีวีดีต่อสุขภาพ
ผลไม้ลูกเล็กๆสีน้ำตาลเด็ดหนึ่งใน แหล่งที่อุดมสารอาหารสำหรับร่างกายของเรา มันจะเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและเต็มไปด้วยวิตามินซีมากกว่าจำนวน เงินที่เท่ากันของสีส้ม ยังแหล่งที่ดีของโปแตสเซียมเส้นใยและแหล่งของวิตามินดีและวิตามินอี
กีวีถือเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายสูง ดังนี้
- เป็นแหล่งวิตามินซีในปริมาณสูงสุด
กีวีสีเขียวและกีวีโกลด์ หรือกีวีสีทอง กีวีทั้งสองชนิดมีปริมาณวิตามินซีสูงสุดถ้าเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น เช่น ส้ม หรือมะละกอ จากการวิจัยพบว่า กีวี หนึ่งผลมีวิตามินซีมากกว่าส้มหนึ่งลูกถึง 74% การรับประทานกีวีสองผลต่อวันจะช่วยเพิ่มปริมาณวิตามินซีในร่างกายอย่างเห็น ได้ชัด ช่วยกระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกันโรคซึ่งจะช่วยป้องกันไข้หวัด และซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอแถมยังกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ๆ
- อุดมด้วยโฟเลต สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
โฟเลตมีบทบาทสำคัญในการสร้างสารพันธุกรรม จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเด็กทารกและคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายต้องการเซลล์ใหม่เป็นจำนวนมาก การรับประทานโฟเลตเป็นประจำทั้งก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ จะช่วยทำให้ผิวและเซลล์เม็ดเลือดมีสุขภาพดี กีวีมีปริมาณโฟเลตสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับกล้วย มะม่วง สัปปะรด และแอปเปิ้ล โดยมากกว่ากล้วย 49% และมากกว่ามะม่วงถึง 112.8%
- สุดยอดคุณค่าวิตามินอี
วิตามินอี มีคุณสมบัติช่วยชะลอความแก่ ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ลดความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ อีกทั้งยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และช่วยในการไหลเวียนของเลือดอีกด้วย จากการวิจัยพบว่า กีวีมีปริมาณวิตามินอีสูงสุด โดยเฉพาะกีวีทอง จะมีวิตามินอีมากกว่ามะม่วงถึงหนึ่งเท่า
- เต็มที่ด้วยพลังไฟเบอร์
ไฟเบอร์หรือเส้นใยอาหารเป็นสารที่ไม่ให้พลังงานในร่างกาย แต่สามารถทำให้อิ่มได้เร็วและนาน นอกจากนี้ ยังช่วยชำระล้างและปรับปรุงระบบย่อยอาหาร รวมถึงส่งเสริมให้หัวใจและร่างกายแข็งแรง กีวีเขียวหนึ่งผลมีปริมาณไฟเบอร์มากกว่ากล้วย 15% และมากกว่าแอปเปิ้ลและส้มถึง 25%
กีวีถือเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายสูง ดังนี้
- เป็นแหล่งวิตามินซีในปริมาณสูงสุด
กีวีสีเขียวและกีวีโกลด์ หรือกีวีสีทอง กีวีทั้งสองชนิดมีปริมาณวิตามินซีสูงสุดถ้าเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น เช่น ส้ม หรือมะละกอ จากการวิจัยพบว่า กีวี หนึ่งผลมีวิตามินซีมากกว่าส้มหนึ่งลูกถึง 74% การรับประทานกีวีสองผลต่อวันจะช่วยเพิ่มปริมาณวิตามินซีในร่างกายอย่างเห็น ได้ชัด ช่วยกระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกันโรคซึ่งจะช่วยป้องกันไข้หวัด และซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอแถมยังกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ๆ
- อุดมด้วยโฟเลต สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
โฟเลตมีบทบาทสำคัญในการสร้างสารพันธุกรรม จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเด็กทารกและคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายต้องการเซลล์ใหม่เป็นจำนวนมาก การรับประทานโฟเลตเป็นประจำทั้งก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ จะช่วยทำให้ผิวและเซลล์เม็ดเลือดมีสุขภาพดี กีวีมีปริมาณโฟเลตสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับกล้วย มะม่วง สัปปะรด และแอปเปิ้ล โดยมากกว่ากล้วย 49% และมากกว่ามะม่วงถึง 112.8%
- สุดยอดคุณค่าวิตามินอี
วิตามินอี มีคุณสมบัติช่วยชะลอความแก่ ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ลดความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ อีกทั้งยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และช่วยในการไหลเวียนของเลือดอีกด้วย จากการวิจัยพบว่า กีวีมีปริมาณวิตามินอีสูงสุด โดยเฉพาะกีวีทอง จะมีวิตามินอีมากกว่ามะม่วงถึงหนึ่งเท่า
- เต็มที่ด้วยพลังไฟเบอร์
ไฟเบอร์หรือเส้นใยอาหารเป็นสารที่ไม่ให้พลังงานในร่างกาย แต่สามารถทำให้อิ่มได้เร็วและนาน นอกจากนี้ ยังช่วยชำระล้างและปรับปรุงระบบย่อยอาหาร รวมถึงส่งเสริมให้หัวใจและร่างกายแข็งแรง กีวีเขียวหนึ่งผลมีปริมาณไฟเบอร์มากกว่ากล้วย 15% และมากกว่าแอปเปิ้ลและส้มถึง 25%
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


