วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ข้าวโพด ประโยชน์ต่อสุขภาพ



ข้าวโพดต้ม นอกจากจะมีจุดเด่นที่สีสันเหลืองอร่ามน่ารับประทาน ถ้าว่ากันถึงคุณค่าแล้วดูเหมือนไม่เป็นสองรองใครแน่ ไม่ว่าจะรับประทานในรูปแบบไหน จะโรยเกลือ โรยน้ำตาล หรือทานเปล่าๆ ด้วยรสชาติดั้งเดิมตามธรรมชาติ ก็ล้วนเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ

"ข้าวโพด" มีคุณค่าทางอาหารมากมาย ประกอบไปด้วยสารอาหาร ดังนี้

- คาร์โบไฮเดรต "ข้าวโพด"มีคาร์โบไฮเดรตประมาณร้อยละ 72 ข้าวโพดหนัก 1 กรัม ให้พลังงาน 4 แคลอรี่

- ไขมัน เมล็ดข้าวโพดมีไขมันอยู่ร้อยละ 4 มีฤทธิ์ช่วยควบคุมคอเลสเตอรอล ช่วยลดความดันโลหิตสูง

- โปรตีน โปรตีนในข้าวโพดเป็นโปรตีนที่ไม่สมบูรณ์ เพราะจากกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายคือไลซีนและทริบโตฟาน ควรรับประทานข้าวโพดร่วมกับถั่วเมล็ดต่างๆ

ประโยชน์ต่อสุขภาพของข้าวโพดเป็นอย่างมาก

  1. หัวใจป้องกัน : ข้าวโพดนอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยโฟเลต, วิตามินบีที่ช่วยในการลดระดับของ homocysteine, ระดับของ homocysteine สามารถทำลายเส้นเลือดที่นำไปสู่หัวใจวายโรคหลอดเลือดสมองหรือโรคหลอดเลือด 
  2. ต้านมะเร็ง : มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระที่สามารถเชื่อมโยงกับการลดความเสี่ยงของโรค มะเร็งปอด
  3. ป้องกัน Anaemia : วิตามินบี 12 และกรดโฟลิคในปัจจุบันข้าวโพดป้องกันโรคโลหิตจางที่เกิดจากการขาดธาตุเหล็กของ
  4. ทำความสะอาดระบบย่อยอาหาร : ใยอาหารไม่ละลายในข้าวโพดทำให้ดีสำหรับริดสีดวงทวารเหล่านั้นทุกข์ทรมานจาก โรคทางเดินอาหารร่วมกันเช่นท้องผูกและ เส้นใยดูดซับน้ำซึ่งฟูอุจจาระและความเร็วในการเคลื่อนไหวของมัน
  5. อาหารสมอง : ข้าวโพดเป็นแหล่งที่ดีของ thiamine (วิตามิน B1) ประสาทที่จำเป็นสำหรับหน่วยความจำต้องการวิตามินบี การขาดวิตามินบีได้รับการพบว่ามีปัจจัยร่วมที่สำคัญในการด้อยค่าอายุในการทำ งานที่เกี่ยวข้องกับจิตใจและสมองเสื่อม ถ้วยเดียวของข้าวโพดมีประมาณ 24 เปอร์เซ็นต์ของค่าแนะนำรายวันสำหรับวิตามินบี
  6. เหมาะสำหรับดวงตา : ข้าวโพดยังมีเบต้าแคโรทีนและโฟเลตซึ่งสามารถชะลอการเสื่อมสภาพ นักวิจัยได้พบว่าเบต้าแคโรทีนในข้าวโพดถูกแปลงไปเป็นวิตามินในอัตราที่สูง
  7. ดีสำหรับคนเป็นเบาหวาน : ข้าวโพดจัดอยู่ในประเภทแป้ง พร้อมกับธัญพืช, ถั่ว, มันฝรั่งและถั่ว ฃในผู้ป่วยโรคเบาหวานอาหารปิรามิดข้าวโพด, เมื่อรับประทานในปริมาณปานกลางมีเพียงผสมด้านขวาของแร่ธาตุและวิตามินเพื่อ ช่วยให้แน่ใจว่าอินซูลินของบุคคลนั้นอยู่ในช่วงที่มีสุขภาพดี
  8. โรคเอดส์การตั้งครรภ์ : ผู้หญิงที่ต้องการที่จะตั้งครรภ์ควรใช้ปริมาณที่เพียงพอของโฟเลตเพื่อ ป้องกันไม่ให้เกิดข้อบกพร่องหลอดประสาท เป็นที่อุดมไปด้วยสารโฟเลท, ข้าวโพดจะช่วยให้การสร้างเซลล์ใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสำคัญก่อนและ ระหว่างการตั้งครรภ์  
นักวิจัยของมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์แห่งสหรัฐฯรายงานในวารสารสมาคมเคมีแห่งอเมริกาว่า ข้าวโพดหวานที่ปรุงสุกแล้วจะออกฤทธิ์ล้างพิษ เขาได้พบในการต้มข้าวโพดหวาน ด้วยอุณหภูมิสูง 115องศาเซลเซียส ในเวลานานต่างกัน 10, 25 และ 50 นาที พบว่ายิ่งต้มนานจะทำให้มันมีสาร  อันเป็นตัวล้างพิษเพิ่มขึ้นเป็น 22, 44และ 53 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ

วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เคล็ดไม่ลับ..ดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ


การดื่มน้ำอย่างถูกต้อง จะช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดี หัวใจทำงานปกติ และมีประสิทธิภาพแข็งแรงขึ้น ขณะเดียวกันการขับถ่ายของเสียก็ทำงานได้ดี ที่สำคัญยังช่วยให้ใบหน้าชุ่มชื่น มีเลือดฝาด และไม่ปวดหลังหรือบั้นเอว เพราะสุขภาพไตแข็งแรง การดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว จะช่วยทำให้ปริมาณไขมันในร่างกายลดลง อาจเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่น้ำจะเป็นสิ่งสำคัญที่มีส่วนช่วยในการดูแลรูปลักษณ์ แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะต้องดื่มน้ำเพราะความจำเป็น แต่ในความเป็นจริงน้ำเป็น "อาหารอันวิเศษ " ที่ช่วยในการดูแลรูปลักษณ์อย่างถาวร เคล็ดไม่ลับสำหรับคนรักสุขภาพ มีดังนี้
น้ำที่ควรดื่ม ควรเป็นน้ำธรรมดาไม่เป็นน้ำที่ร้อนมากหรือที่เย็นจัด แต่ถ้าเป็นน้ำอุ่นๆ เล็กน้อย ก็ควรดื่มในตอนเช้าเพราะจะให้การขับถ่ายดีขึ้น ลำไส้สะอาด
ระยะเวลาที่ดื่มน้ำ ใน 1 วัน อาจจะเปลี่ยนแปลงให้เหมาะกับตัวเอง
ตื่นนอนตอนเช้า ดื่มน้ำ 1 แก้ว
ตอนสาย ดื่มน้ำ 2 แก้ว (เวลาประมาณ 9.00 – 10.00 น)
ตอนบ่าย ดื่มน้ำ 3 แก้ว (เวลาประมาณ 13.00 – 16.00 น)
ตอนเย็น ดื่มน้ำ 3 แก้ว (เวลาประมาร 19.00 – 20.00 น)
ก่อนเข้านอน ดื่มน้ำ 1 แก้ว เพื่อให้น้ำที่ดื่มไหลเวียนชะล้างสิ่งตกค้างในลำไส้และกระเพาะอาหาร ถ้าเป็นน้ำอุ่นจะช่วยให้หลับสบายดีขึ้น รวมแล้วให้สามารถดื่มน้ำเปล่าได้วันละ 10 แก้ว นอกเหนือจากนั้น ท่านสามารถดื่มน้ำนม     น้ำผลไม้, ฯลฯ ได้อีกไม่จำกัด
  • ไม่จำเป็นต้องดื่มครั้งละ 2 – 3 แก้วติดต่อกันทันที ดื่มตามปรกติสบายๆ ผู้ที่ทำตามครั้งแรก ๆ อาจรู้สึกคลื่นไส้เล็กน้อย เป็นอาการปรกติธรรมดา ทั้งนี้เพราะผนังลำไส้ และกระเพาะอาหารขยายตัวขึ้น หากทำติดต่อกันเป็นประจำก็จะไม่มีอาการอีก
  • ระยะแรก จะเกิดการปัสสาวะบ่อย ครั้งแรกๆ จะมีสีเหลืองข้นขุ่นกลิ่นฉุน เนื่องจากน้ำที่ดื่มไปชะล้างไตให้สะอาด
  • อย่าดื่มน้ำมากก่อนหน้าที่จะรับประทานอาหาร ( ควรงดดื่มน้ำมากสักครึ่งชั่วโมงก่อนรับประทานอาหาร) และหลังจากรับประทานอาหารเสร็จใหม่ๆ ก็ไม่ควรดื่มน้ำมากๆ ทันที ในระหว่างการรับประทานอาหารไม่ควรดื่มน้ำตลอดเวลา เพราะการดื่มน้ำมากในระหว่างรับประทานอาหารจะทำให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจาง การย่อยเป็นไปได้ไม่ดี
  • การทานอาหารในแต่ละมื้อไม่ควร อิ่มจนแน่นท้องเกินไปควรให้อิ่มพอดีแล้วรับประทานผลไม้สดจะทำให้สะอาดคอ แล้วจิบน้ำตามนิดหน่อยท่านจะรู้สึกสบายท้องหลังจากนั้นสักครึ่งชั่วโมง จึงดื่มน้ำตามปรกติ

วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

แกงส้มสูตรสุขภาพ

มะรุมเป็นพืชมหัศจรรย์ มีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุด กล่าวถึงในคัมภีร์ใบเบิ้ลว่าเป็นพืชที่รักษาทุกโรค
ใบมะรุมมีโปรตีนสูงกว่านมสด 2 เท่า การกินใบมะรุมตามชนบทของประเทศกำลังพัฒนาและประเทศโลกที่ 3 เป็นการเพิ่มโปรตีนคุณภาพสูงราคาถูกให้กับอาหารพื้นบ้าน

ใบมะรุมสดก็เหมือนผักใบเขียวทุกชนิด ไม่ควรรับประทานเป็นจำนวนมากเพราะจัดเป็นยาถ่ายประเภทหนึ่ง เมื่อเริ่มรับประทาน บางท่านอาจจะมีอาการท้องเสียอาการต่าง ๆ มิได้เกิดขึ้นกับทุกคน เข้าใจว่าเป็นไปตามสภาพร่างกายของแต่ละคน การใช้ใบสดปรุงอาหารต่าง ๆ สามารถทำได้ตามความต้องการและความถนัด

ใบมะรุม 100 กรัม  (คุณค่าทางโภชนาการของอาหารอินเดีย พ.ศ. 2537)
พลังงาน           26 แคลอรี
โปรตีน             6.7 กรัม (2 เท่าของนม)
ไขมัน               0.1 กรัม
ใยอาหาร           4.8 กรัม
คาร์โบไฮเดรต     3.7 กรัม
วิตามินเอ           6,780 ไมโครกรัม (3 เท่าของแครอต)
วิตามินซี           220 มิลลิกรัม (7 เท่าของส้ม)
แคโรทีน           110 ไมโครกรัม
แคลเซียม         440 มิลลิกรัม (เกิน 3 เท่าของนม)
ฟอสฟอรัส         110 มิลลิกรัม
เหล็ก               0.18 มิลลิกรัม
แมกนีเซียม       28 มิลลิกรัม
โพแทสเซียม       259 มิลลิกรัม (3 เท่าของกล้วย)

 ศึกษาสรรพคุณเพิ่มเติมได้จากเว็บเกี่ยวกับมะรุม และ http://thaiherbclinic.com/node/141

แกงส้มไข่เจียวใบมะรุม ถ้วยนี้เน้นการใช้ใบมะรุมเป็นส่วนประกอบ ปกติมักจะใช้ฝักมะรุมมาทำแกงส้ม แต่บางครั้งฝักมะรุมก็หายาก เพราะมีในบางช่วงเท่านั้น ก็เลยนำใบมะรุมมาเป็นส่วนประกอบ ทั้งจะใส่ใบมะรุมในน้ำแกงส้มอย่างเดียว ก็คงไม่ค่อยดีนัก เพราะทานมากอาจทำให้ถ่ายมาก ก็เพิ่มรสชาติและเนื้อโดยการทำเป็นไข่เจียวมะรุมก่อน เวลาเจียวไม่ต้องใส่น้ำมันเยอะ  แล้วนำไข่เจียวมาหั่นเป็นชิ้น ทำคล้ายๆ กับแกงส้มไข่เจียวชะอม อะไรประมาณนั้น อาจจะใส่ผักอื่นร่วมด้วยก็ได้